Make your own free website on Tripod.com
การยกเว้นและผ่อนผัน

การยกเว้นและผ่อนผัน


           การยกเว้นตามความในมาตรา ๑๓ คือ บุคคลใดต่อไปนี้ ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับ
ราชการทหารกองประจำการ คือ .-
         (๑)  พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์หรือที่เป็นเปรียญและนักบวชในพระพุทธศาสนา
แห่งนิกายจีนหรือญวน ที่มีสมณศักดิ์
         (๒)  คนพิการทุพพลภาพ ซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
         (๓)  บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ ตามที่กำหนด
ในกฏกระทรวง ฯ (บุคคลที่ไม่สัญชาติไทย ซึ่งประกอบชนกลุ่มน้อย ชาวเขา ฯลฯ)
        การยกเว้นตามความในมาตรา ๑๔ คือ บุคคลใดต่อไปนี้ เมื่อลงบัญชีทหาร
กองเกินแล้วไม่เรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ คือ

          (๑)  พระภิกษุ สามเณร และนักบวชในพระพุทธแห่งนิกายจีน หรือญวน
ซึ่งเป็นนักธรรม ตามที่กระทรวงศึกษารับรอง
          (๒)  นักบวชศาสนาอื่น ซึ่งมีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนา ตามที่กำหนด
ในกฏกระทรวง (ฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๔๙๘) และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
               นักบวชศาสนาอื่น ซึ่งมีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนา ซึ่งให้ลงบัญชีทหาร
                กองเกินไว้ แต่ไม่เรียกเข้ากองประจำการในยามปกติ ตามมาตรา ๑๔(๑) คือ
             
  *  ในสุเหร่าหนึ่ง อารามหนึ่ง หรือสำนักหนึ่ง
                   (๑)   สำหรับศาสนาอิสลาม
                        *   โต๊ะอิหม่ำ           หนึ่งคน
                        *   โต๊ะบิลา             หนึ่งคน
                        *   โต๊ะกาเตบ           หนึ่งคน
                   (๒)  สำหรับศาคริสตัง หรือโรมันคาทอลิค
                        *   เจ้าอธิการวัด        หนึ่งคน
                        *   ผู้ช่วยเจ้าอธิการวัด   สามคนแล้วแต่เจ้าอธิการวัดจะเห็น
                            สมควรขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด                    
                   (๓)  สำหรับศาสนาโปรเตสเตนท์
                        ผู้มีความสามารถสอนศาสนาได้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือ
                         ผู้ช่วยหัวหน้าในสำนักสอนศาสนาสำนักใหญ่แห่งละ
                        สามคน แล้วแต่ผู้เป็น หัวหน้าจะใบสำคัญให้แก่ผู้ใด
                 
 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ออกใบสำคัญ เมื่อได้ออกใบสำคัญนักบวชให้
                    แก่ผู้ใดแล้ว ต้องแจ้งให้นายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น
                    ทราบด้วย
           (๓)  บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมตาม

กฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
           (๔)  นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ของกระทรวงกลาโหม
           (๕)   ครูซึ่งประจำทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ ที่อยู่ในความควบคุมของ
กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
                 * ครูซึ่งจะได้รับการยกเว้น ต้อง
                 1.  เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ไม่น้อยกว่า
                     สิบห้าคนเป็นปกติและในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา
                    ไม่น้อยกว่าสิบห้าคนนี้ ยกเว้นครูได้คนเดียว หรือเป็นครูสอนประจำเฉพาะ
                     วิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคน
                     เป็นปกติ และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคน
                     นี้ก็ยกเว้นครูได้คนเดียว
                 2.   มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่าสิบแปดชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำ
                     ทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา หรือไม่น้อย
                     กว่าสิบห้าชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษา
                     ระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา
           (๖)   นักศึกษาของศูนย์กลางอบรมการศึกษาผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ
           (๗)   นักศึกษาของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนของกระทรวงคมนาคม
           (๘)   บุคคลซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
           (๙)   บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ สิบปี
ขึ้นไป หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้ง รวมกันตั้งแต่สิบปีขึ้นไป
หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกัน

           การไม่เรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ และการออก
ใบสำคัญตาม (๒) และ (๕) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง *

           *  บุคคลตามมาตรา ๑๓ (๑) ต่างกันแต่เพียงบุคคลตามมาตรา ๑๔ (๑) เป็นเพียงนักธรรมอย่างเดียว
ก็ได้รับการยกเว้น และในการขอรับการยกเว้นนั้น ต้องนำประกาศนียบัตรนักธรรม หรือหนังสือรับรองของ
กระทรวงศึกษาธิการ ไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อนายอำเภอท้องที่ (สัสดีอำเภอ) การยื่นจะยื่นเมื่อใดก็ได้    
           *  ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือกจะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อคณะกรรมการตรวจเลือก
ในวันทำการตรวจเลือกเลยก็ได้ แต่ถ้ายื่นต่อ นายอำเภอก่อนตรวจเลือกจะสะดวกดีกว่าเพราะเมื่อยื่นแล้ว
ไม่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก เป็นการสะดวกดีและไม่เสียเวลา *

ฯ ล ฯ

             มาตรา ๒๙  เมื่อได้คัดคนที่ยกเว้นด้วยเหตุต่าง ๆ ออกแล้วถ้ามีจำนวนทหาร
กองเกินที่จะรับราชการเป็นทหารกองประจำการได้มากกว่า จำนวนที่ฝ่ายทหารต้องการ
ให้ผ่อนผันแก่ประเภทบุคคล ดังต่อไปนี้
             (๑)   บุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบิดาหรือมารดา ซึ่งไร้ความสามารถ หรือ
พิการทุพพลภาพ หรือชรา จนหาเลี้ยงชีพไม่ได้ และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู แต่ถ้ามีบุตรหลายคน
จะต้องเข้ากองประจำการพร้อมกันคงผ่อนผันให้คนเดียวตามแต่บิดาหรือมารดาจะเลือก
ถ้าบิดาหรือมารดาไม่สามารถจะเลือกได้  ให้คณะกรรมการตรวจเลือกพิจารณาผ่อนผัน
ให้หนึ่งคน
             (๒)   บุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบุตรซึ่งมารดาตาย หรือไร้ความสามารถ
หรือพิการทุพพลภาพ และบุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงพี่หรือน้องร่วมบิดามารดา หรือร่วม
แต่บิดาหรือมารดาซึ่งบิดามารดาตาย   ทั้งนี้เมื่อบุตรหรือพี่หรือน้องนั้นหาเลี้ยงชีพไม่ได้
และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู
           * (๓)   บุคคลที่อยู่ในระหว่างการศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้อ้างสิทธิตาม (๑) หรือ (๒) แห่งมาตรานี้ ต้องร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอท้องที่ก่อน
วันตรวจเลือกเข้ากองประจำการ ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  เว้นแต่ในกรณีพิเศษซึ่งไม่ใช่
ความผิดของผู้ร้อง  และผู้ร้องต้องร้องต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก
ตามมาตรา ๓๐ อีกครั้งหนึ่ง นายอำเภอต้อง สอบสวนหลักฐานไว้เสียก่อนวันตรวจเลือก
เพื่อคณะกรรมการตรวจเลือกจะได้ตัดสินได้ทันที การขอผ่อนผันตาม (๓) ให้ปฏิบัติตาม
ที่กำหนดในกฎกระทรวง  ถ้าไม่สามารถจะผ่อนผันพร้อมกันทั้งสามประเภทได้ เพราะจะ
ทำให้คนไม่พอจำนวนที่ฝ่ายทหารต้องการให้ผ่อนผันคนประเภทที่ ๑   และประเภทที่ ๒
รวมกันก่อน ถ้าคนยังเหลือจึงผ่อนผันคนประเภทที่ ๓  ถ้าจำนวนคนในประเภทใดจะผ่อนผัน
ไม่ได้ทั้งหมดต้องให้คนประเภทนั้นจับสลาก *
             บุคคลที่อยู่ในระหว่างการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๓ (พ.ศ.๒๕๓๖)
ซึ่งแบ่งบุคคลที่อยู่ในระหว่างการศึกษาออกเป็น ๓ ประเภทคือ
             ก. นิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งของรัฐและของเอกชน ตามที่กำหนดไว้ใน
กฎกระทรวงฉบับที่ ๗๓ (พ.ศ.๒๕๓๖) ซึ่งจะผ่อนผันให้เพียงการศึกษาชั้นปริญญาโทหรือเทียบเท่า
ชั้นปริญญาโทเท่านั้น ผู้ที่ศึกษาในชั้นปริญญาเอกไม่ได้รับการผ่อนผัน และการผ่อนผันนี้ยอมให้เพียง
อายุครบ ๒๖ ปีบริบูรณ์ ถ้าอายุเกินกว่านี้แม้ยังกำลังศึกษาอยู่ก็ไม่ได้รับการผ่อนผัน (เว้นแต่นิสิตหรือ
นักศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ผ่อนผันให้ในระหว่างที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลหรือสถาบันทางแพทย
์เพื่อขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม
อีก ๑ ปี)
            ข. นักเรียนหรือนักศึกษาโรงเรียนอาชีพหรือวิทยาลัย สังกัดหรืออยู่ในความควบคุมของ
กระทรวง ทบวง หรือองค์การของรัฐ ตามที่กำหนดรายชื่อสำนักศึกษาไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๓
(พ.ศ.๒๕๓๖) แล้ว ซึ่งจะผ่อนผันให้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกษาเพื่อรับประกาศนียบัตรหรือปริญญาตรี
หรือ วิทยฐานะซึ่งทางราชการรับรองว่าเทียบได้ไม่สูงกว่าปริญญาตรี และผ่อนผันให้จนถึงอายุครบ
๒๖ ปีบริบูรณ์
            ค. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดหรือในความควบคุม
ของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัย โดยให้ได้รับการผ่อนผันจนสำเร็จระดับชั้นมัธยมศึกษา
ตอนปลาย นักเรียนประเภทนี้ผ่อนผันให้เพียงอายุครบ ๒๒ ปีบริบูรณ์ถ้ายังไม่สำเร็จก็ไม่ได้รับการผ่อนผัน
ต่อไป
              มาตรา ๓๐   ถ้าผู้ที่ถูกเรียกมาตรวจเลือกเห็นว่า ตนควรจะได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผัน
ต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อคณะกรรมการตรวจเลือกก่อนจับสลากหรือก่อนกำหนดให้เข้ากองประจำการ
ในกรณีที่ไม่มีการจับสลาก มิฉะนั้นให้ถือว่าหมดสิทธิที่จะได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผัน