Make your own free website on Tripod.com

 

พระราชบัญญัติ

รับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

ฯ ล ฯ

        มาตรา ๗   " ชายที่มีสัญชาติไทยตามกฏหมายมีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน "

ฯ ล ฯ

        มาตรา ๙  " ทหารกองเกินซึ่งมีอายุตั่งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์   และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์เป็นผู้ที่                                 
             อยู่ในระหว่างที่จะต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ     และเมื่อต้องเข้ากองประจำการจะต้อง
             เข้ารับราชการทหารกองประจำการมีกำหนดสองปี ส่วนผู้ซึ่งมีคุณวุฒิพิเศษ หรือเมื่อมีกรณีพิเศษ จะให้
             รับราชการทหารกองประจำการน้อยกว่าสองปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได ้แต่สำหรับผู้ซึ่งมีคุณวุฒิ
             พิเศษนั้นจะอ้างสิทธิดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก
             หรือต่อหน่วยทหารที่ตนร้องขอเข้ารับราชการในวันร้องขอ "

ฯ ล ฯ

           มาตรา ๑๖  " บรรดาชายไทยซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้าสิบแปดปีในพุทธศักราชใด ให้ไปแสดง
           ตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้น "
                     ผู้ใดไม่สามารถไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลผู้ซึ่งบรรลุนิติภาวะ
           และเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน ให้นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ถ้าไม่มีผู้

           มาแจ้งแทน ให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยง ขัดขืนไม่มาลงบัญชีทหารกองเกิน
                     เมื่อได้รับการขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้    ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือ
           ใบรับให้ผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุ
           สุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
                     ผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรานี้แล้วให้ถือว่าเป็น ทหารกองเกิน ตั้งแต่
           วันที่   ๑   มกราคม  ขอพุทธศักราชถัดไป

ฯ ล ฯ

       มาตรา ๑๘  " บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกันเพราะเหตุ
            ใด ๆ ก็ดี  ถ้าอายุยังไม่ถึงสี่สิบหกปีบริบูรณ์  ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับมาตรา ๑๖ ภายในสามสิบวันนับแต่
            วันที่สามารถจะปฏิบัติได้ แต่จะให้ผู้อื่นมาแจ้งแทนไม่ได้  ถ้านายอำเภอจะเรียกตัวลงบัญชีทหารกองเกิน
            ก็ย่อมทำโดยไม่ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว "

ฯ ล ฯ

            มาตรา ๒๕ " ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีในพุทธศักราชใดต้องไปแสดงตนเพื่อรับ
            หมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่เป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้น "

ฯ ล ฯ

            มาตรา ๒๗ " ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตาม
            กำหนดหมายนั้น โดยนำใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือ
            หลักฐานการศึกษามาแสดงด้วย ถ้าไม่มาหรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจ
            แล้วเสร็จ ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก
            เว้นแต่
                            (๑)  ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วนให้ไปราชการอัน
                                 สำคัญยิ่ง หรือไปราชการต่างประเทศโดยคำสั่งของเจ้ากระทรวง
                            (๒) นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา  ณ ต่างประเทศ  ตามที่กำหนดในกฏกระทรวง
                            (๓)  ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการ หรือโรงงานอื่นใด ในระหว่างที่มี
                                 การรบหรือการสงคราม อันเป็นอุปกรณ์ในการรบหรือการสงครามและอยู่ในความ
                                 ควบคุมของกระทรวงกลาโหม
                            (๔)  บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในชายแดน
                            (๕)  เกิดเหตุสุดวิสัย
                            (๖)  ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น
                            (๗)  ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้มาแจ้งต่อ
                                 คณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก
                            กรณีตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องไปรับการผ่อนผันเฉพาะคราวจากรัฐมนตรี
            กระทรวงมหาดไทย  หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย


บทกำหนดโทษ

            มาตรา ๔๒ " หนังสือซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ไว้แก่บุคคลใด ถ้าชำรุดหรือสูญหายแล้ว บุคคลนั้นไม่
             แจ้งด้วยตนเองต่อนายอำเภอท้องที่  เพื่อรับใหม่ตามความในมาตรา ๙   มาตรา ๑๖   มาตรา ๑๘
             มาตรา ๑๙  หรือ มาตรา ๔๐  ภายในกำหนดสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่สามารถแจ้งได้ มีความผิด
             ระวางโทษปรับไม่เกินสิบสองบาท
            มาตรา ๔๓ " ทหารกอกงเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๒ ทวิ
             หรือมาตรา ๑๕  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน  หรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือทั้งจำ
             ทั้งปรับ
                       บุคคลใดได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ แล้ว  แต่ยังไม่เป็นทหารกองเกิน
             ไม่ปฏิบัติตามาตรา ๑๒ หรือ มาตรา ๑๒ ทวิ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน
             หนึ่งร้อยบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
            มาตรา ๔๔ "
บุคคลใดไม่มาลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖  หรือมาตรา ๑๘  หรือไม่มาลง
            บัญชีทหารกองเกินใหม่ตามมาตรา ๑๙   หรือไม่ยอมลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๒๑ หรือไม่มา
            รับหมายเรียกที่อำเภอตามมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อย
            บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                       ถ้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ยกเรื่องขึ้นพิจารณาความผิด  บุคคลนั้นได้มาขอลงบัญชีทหาร
            กองเกินหรือขอลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ หรือมาขอรับหมายเรียกที่อำเภอด้วยตนเอง หรือให้บุคคล
            ซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ทาแทนตนแล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับ
            ไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
            มาตรา ๔๕ " บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้า
            รับราชการทหารกองประจำการตามหมายเรียกของนายอำเภอ หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือ
            ไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ หรือหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับ -
            ราชการทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือบุคคลใดเข้ารับราชการทหารประจำการแทน
            ผู้อื่น หรือเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยสัญญาว่า
            จะช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี "
            มาตรา ๔๖ "
ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารใน
            การเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ตามมาตรา ๓๖ 
           ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสี่ปี "
           มาตรา ๔๗ " ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขดขืนไม่เข้ารับราชการทหารใน
           การเรียกพลเพื่อตรวจสอบตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ "
          
มาตรา ๔๘ " บุคคลใดทำร้ายร่างกายตนเอง หรือให้ผู้อื่นทำเพื่อจะให้พ้นจากการรับราชการทหารตาม
           พระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปจนถึงแปดปี
            
        ผู้สมรุ้เป็นใจในการทำร้ายร่างกายเพื่อความมุ่งหมายดั่งกล่าวนี้ มีความผิดต้องระวางโทษ
          จำคุกตั้งแต่หกเดือนไปจนถึงสี่ปี "
          มาตรา ๔๙ " บุคคลใดใช้อุบายหลอกลวงให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อโดยเจตนาหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการเข้ารับ
          ราชการทหารตามพระราชบัญญัตินี้จนเป็นผลสำเร็จ     หรือยุยงเสี้ยมสอนจนเกิดความผิดตามมาตรานี้
          มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี "

ฯ ล ฯ