Make your own free website on Tripod.com

ประกาศรับหมายเรียก ฯ ประจำปี ๒๕๔๘

มาตรา ๒๕ ความว่า
          ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีในพุทธศักราชใดต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอ
ท้องที่ซี่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้น ทหารกองเกินที่พ้นจากฐานะการยกเว้น ตามมาตรา ๑๔
(๓) หรือการผ่อนผันตามมาตรา ๒๗(๒) และมาตรา ๒๙ (๓) ในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียก
หรือเพื่อจำหน่ายบัญชีเรียกทหารกองเกินตามแต่กรณี ที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายในพุทธ
ศักราชนั้น  ผู้ใดไม่สามารถจะไปรับหมายเรียกด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และพอจะเชื่อถือได้
ไปรับหมายเรียกแทน ถ้าไม่มีผู้แทนให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน ถ้าพ้นกำหนดแล้วตัวไม่ไปรับหมายเรียกด้วย
ตนเองและไม่จัดให้ผู้แทนไปรับแทนด้วย ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนมีความผิดตามมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ แต่ถ้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ยกเรื่องขึ้นพิจารณาความผิด

บุคคลนั้นได้มาขอรับหมายเรียกเสียก่อนอาจจะเป็นตัวไปขอรับหมายเรียกเองหรือให้บุคคลอื่นไปรับแทนตนระวาง
โทษลดลงมาเหลือปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท หรือจำคุก ไม่เกิน ๑ เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับกรณีที่กฎหมาย
กำหนดว่า “ก่อนที่เจ้าหน้าที่ยกเรื่องขึ้นพิจารณาความผิดบุคคลนั้นได้มาขอลงบัญชีทหารกองเกิน หรือขอลงบัญชี
ทหารกองเกินใหม่ หรือมาขอรับ หมายเรียกที่อำเภอด้วยตนเอง หรือให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้มา
แทนตน แล้วแต่กรณ
ี” นั้น สำหรับผู้ที่มาด้วยตนเองไม่มีปัญหาอะไรคงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีได้
(สำหรับกรณีที่ให้ ผู้อื่นมาแทนนั้น คงจะส่งตัวผู้แทนให้พนักงานให้สอบสวนดำเนินคดีไม่ได้ ผู้เขียนเข้าใจว่า
นายอำเภอคงต้องรับคำร้อง และสอบสวนผู้แทนให้ทราบสาเหตุที่เจ้าตัวมาไม่ได้และชี้แจงให้เจ้าตัวมาแสดงตน
โดยด่วนเมื่อสาเหตุที่มาด้วยตัวเองไม่ได้หมดไป)