Make your own free website on Tripod.com

การรับลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๖

การลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอ
      มาตรา ๑๖ บรรดาชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้าสิบแปดปีในพุทธศักราชใด ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน
ภายในพุทธศักราชนั้น ผู้ใดไม่สามารถไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน
ให้นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ถ้าไม่มีผู้มาแจ้งแทน ให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยง ขัดขืนไม่มาลง
บัญชีทหารกองเกิน เมื่อได้รับการขอลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับให้ ผู้ขอลงบัญชีทหาร
กองเกินไว้เป็นหลักฐานหากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่   เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่ โดยเสียค่า
ธรรมเนียม ฉบับละ หนึ่งบาท  แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ซึ่งได้ลง
บัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรานี้แล้ว ให้ถือว่าเป็นทหารกองเกิน ตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคม ของพุทธศักราชถัดไป การลงบัญชีทหาร
กองเกิน ตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
      (อธิบาย ม.๑๖  มาตรานี้เป็นบทบังคับเริ่มแรกที่ให้ประชาชนต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร หรือพูดให้เข้าใจ
ง่าย ๆ  ก็คือ โดยปกติแล้วการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรับราชการทหารจะต้องเริ่มจากมาตรานี้ก่อน นอกจากบางคนที่เริ่มปฏิบัติตาม
มาตรา ๑๘ ดังจะได้กล่าว ต่อไปเมื่อถึงมาตรานั้น    ดังนั้น  มาตรานี้จึงเปรียบเสมือนเป็นประตูที่เปิดให้บุคคลเข้าอยู่ในบังคับของ
กฎหมายฉบับนี้ จนกว่าจะ ปลดพ้นราชการทหารประเภทใดประเภทหนึ่งออกไป ก็เป็นอันสิ้นสุดไม่ต้องอยู่ในบังคับของ
กฎหมายฉบับนี้อีกต่อไป ผู้ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม มาตรานี้ หรือมาตรา ๑๘ ก็ไม่ตกอยู่ในบังคับของมาตราอื่น ๆ ทั้งหมด ผู้ที่อยู่ในบังคับ
ของมาตรนี้  คือ  บรรดาชายที่มีสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมาย ซึ่งได้อธิบายไว้แล้วในมาตรา ๗  และมาตรานี้บังคับเฉพาะบุคคลอายุ
เดียว  คือ ผู้ที่มีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ หรือย่างเข้าสิบแปดปี การบังคับตามมาตรานี้ คือ บังคับให้ตัวไปแสดงตนเพื่อลงบัญชี
ทหารกองเกินการลงบัญชี

       ทหารกองเกินก็คือการทำทะเบียนหลักฐานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการทำทะเบียนบ้านเหมือนกัน แต่ทำเพื่อความมุ่งหมายคนละ
อย่าง การทำบัญช ีทหารกองเกิน ทำเพื่อให้เป็นหลักฐานสำหรับเรียกเข้าเป็นทหาร การไปลงบัญชีทหารกองเกิน ควรนำบัตรประจำตัว
และสูติบัตร (ใบเกิด) พร้อมด้วยทะเบียนบ้าน ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้เพื่อเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอจะได้ทำการตรวจสอบว่าเป็นผู้
มีสัญชาติไทยตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อทำคำร้องแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบกับทะเบียนบ้านอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหลักฐานตรงกันและ
ปรากฏว่าเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยแน่นอนแล้ว ก็จะออก ใบสำคัญให้ต่อไป ถ้าบังเอิญใบสำคัญหมด เจ้าหน้าที่ก็จะออกใบรับ (แบบ
สด. ๑๐) ให้เป็นหลักฐานไว้ก่อนแล้วนัดวันให้มา รับใบสำคัญต่อไป ใบสำคัญนี้ถ้าชำรุดหรือสูญหาย ผู้ถือต้องแจ้งขอรับใบสำคัญใหม่
ต่อนายอำเภอ ท้องที่ภายในกำหนด ๓๐ วัน โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ ๑ บาท แต่ถ้าการชำรุดหรือ สูญหายนั้น เป็นเพราะเหตุสุด
วิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม   ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้มีความผิดตามมาตรา ๔๒  เช่นเดียวกับมาตรา ๙   สถานที่ที่ต้องไปแสดงตน
ขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ นี้       “    ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอท้องที่ที่เป็น
ภูมิลำเนา ”
ตามมาตรา ๕ ดังได้กล่าวมาแล้ว  กำหนดเวลาในการไปลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ ให้เวลาสิ้นสุดไว้เพียง
สิ้นเดือนธันวาคมของปีที่มีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ หรือย่างเข้า ๑๘ ปี แต่ตามวิธีนับอายุที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้ใดจะมีอายุย่างเข้าอายุ
ใหม่  ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น จึงสรุปได้ว่ากฎหมายกำหนดระยะเวลาให้ไป ลงบัญชีทหาร กองเกิน ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม
ถึงเดือนธันวาคมของปีที่มีอายุย่างเข้า ๑๘  ปี  การไปลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖  นี้  โดยปกติต้องไปขอลงบัญชี
ด้วยตนเอง
 แต่ก็ยังมีข้อผ่อนผันสำหรับ ผู้ไม่สามารถจะไปลง บัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ
และเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน การผ่อนผันให้ตาม มาตรานี้ผ่อนผันให้ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปด้วยตนเอง เท่านั้น มักจะมีการเข้าใจ
ผิดกันบ่อย ๆ ว่า ถ้าตัวไม่อยากไปเองก็ให้คนอื่นไป แจ้งแทน เช่น นักเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพมหานคร
ตัวไม่อยากไปขอลงบัญชีทหารกองเกินเอง ก็ให้บิดามารดาหรือญาติพี่น้องไป ขอลงบัญชีแทนอย่างนี้  ไม่ใช่กรณีที่ไม่สามารถ
เพราะตัวสามารถไปเองแต่ไม่ไป กฎหมายก็ให้กำหนดระยะเวลาไว้ถึง ๑๒ เดือนนักเรียนมีเวลาหยุดเทอม และยังมีวันหยุดอื่น ๆ
อีก จึงต้องเข้าใจว่ากฎหมายผ่อนผันให้ในกรณีไม่สามารถเท่านั้นเช่น เกิดการเจ็บป่วย เป็นต้น
ผู้ที่จะไปแจ้งแทนได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ บรรลุนิติภาวะ คือ มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ (นับชนวัน เดือน ปีเกิด) และบุคคลนั้นจะ ต้องเป็นที่เชื่อถือได้ด้วย โดยปกติก็ต้องเป็นผู้ที่รู้จัก

      เมื่อเลยกำหนดเดือนธันวาคมไปแล้วไม่ไปขอลงบัญชีทหารกองเกินและไม่มีผู้ไปแจ้งแทนด้วย ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน
มีความผิดตามมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาทหรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ยก
เรื่องขึ้นพิจารณาความผิด บุคคลนั้นได้มาขอลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน
หนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกิน   ตามมาตรานี้แล้ว ให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมของ
พุทธศักราชถัดไป  ไม่ว่าจะลงบัญชีทหารกองเกินวันและเดือนใด  เช่น  นาย ก. ลงบัญชีทหาร กองเกิน วันที่   ๑   มกราคม
พ.ศ. ๒๕๐๗ นาย ข. ลงบัญชีทหารกองเกินวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๗ และ นาย ค. ลงบัญชีทหารกองเกินวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๐๗  ทั้ง นาย ก., นาย ข. และ นาย ค. จะเป็นทหารกองเกินพร้อมกันในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๘ ก่อนถึงวันที่ ๑
มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๘  ยังไม่เป็นทหารกองเกิน เรียกได้แต่เพียงว่าบุคคลที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอตามมาตรา ๑๖
แล้วเท่านั้น)